สาระเล็กๆน้อยๆ ว่าด้วยเรื่องการระบายอากาศในระบบอุตสาหกรรม
สาระเล็กๆน้อยๆ ว่าด้วยเรื่องการระบายอากาศในระบบอุตสาหกรรม
หลักการระบายอากาศ
การระบายอากาศ เป็นมาตรการที่ถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมความเข้มข้นของสารเคมีในสิ่งแวดล้อม
ในการทำงานทั้งชนิดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชนิดที่เป็นอันตรายทางกาบภาพ (เช่น การระเบิด
เพลิงไหม้) นอกจากนั้นการระบาย อากาศยังช่วยลดความร้อนซึ่งเป็นสาเหตุของความเหมื่อยล้า ความ
รู้สึกอึดอัดไม่สบายของคน ตลอดจนควบคุมปัญหา เรื่องกลิ่น ความชื้นและคุณภาพอากาศในอาคาร
การระบายอากาศ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1) การระบายอากาศแบบทั่วไป (General Exhaust Ventilation) หรืออาจเรียกว่า การระบายอากาศ
เพื่อเจือจาง (Dilution Ventilation)
2) การระบายอากาศเฉพาะที่ (Local Exhaust Ventilation)
การระบายอากาศแบบทั่วไป การระบายอากาศประเภทนี้แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
1) การระบายอากาศโดยวิธีกล (Mechanism ventilation) และ
2) การระบายอากาศแบบธรรมชาติ (Natural ventilation)
การระบายอากาศโดยวิธีกล เป็นวิธีการระบายอากาศที่ต้องอาศัยอุปกรณ์หรือเครื่องกล เช่น พัดลมช่วย
ให้อากาศเคลื่อนไหว หมุนเวียน ในขณะที่การระบายอากาศแบบธรรมชาติอาศัยธรรมชาติทำให้เกิดความดัน
บรรยากาศที่แตกต่างกันในสองพื้นที่ อากาศจึงเคลื่อนที่จากที่ซึ่งมีความดันบรรยากาศสูงไปยังที่ที่มีความดัน
บรรยากาศต่ำ
องค์ประกอบและหน้าที่ของระบบระบายอากาศเฉพาะที่
ระบบระบายอากาศเฉพาะที่ เป็นการออกแบบมาเพื่อรวบรวมสารปนเปื้อนที่แหล่ง หรือในกระบวนการผลิต ก่อนที่สารจะฟุ้ง
กระจายหรือระเหยขึ้นสู่อากาศในระดับหายใจของผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้น ระบบระบายอากาศเฉพาะที่จึงมีมาตรการควบคุมสาร
ปนเปื้อนที่แหล่งที่มีประสิทธิภาพสูง และประหยัดพลังงานเนื่องจากมีอัตราการไหลออกสู่ภายนอกต่ำ จึงใช้พลังงานในการ
เคลื่อนที่อากาศต่ำ ซึ่งองค์ประกอบสำคัญในการระบายอากาศในโรงงานอุตสาหกรรม มีดังนี้
- ฮูด (Hood)
- ท่อนำอากาศ (Duct)
- อุปกรณ์ทำความสะอาด (Air Cleaner)
- พัดลม (Fan)
การออกแบบและเลือกฮูด
หลักสำคัญในการออกแบบระบบระบายอากาศ สามารถสรุปได้ ดังนี้
1.ออกแบบให้มีข้อต่อข้องอน้อยที่สุดเพื่อลดค่าการสูญเสียในท่อ
2.ใช้ค่าความเร็วในการดูดจับมลพิษที่เหมะสมเพื่อป้องกันการปั่นป่วนของสารมลพิษ
3.ออกแบบให้ความดันทางเข้าระบบและหน้าพัดลมมีค่าเป็นลบ และความดันหลังพัดลม
มีค่าเป็นบวกเสมอ
หลักสำคัญในการพิจารณาเลือกแบบฮูดขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1.ชนิดของสารมลพิษ
ในกรณีที่สารมลพิษเป็นอนุภาค ชนิดของฮูดดูดอากาศที่ใช้สามารถดูดจับอนุภาคจากทาง
ด้านล่างได้และจะทำให้ใช้พลังงานของระบบระบายอากาศลดลง หรือกรณีที่สารมลพิษเป็น
ไอของสารมีพา ฮูดที่ใช้ ควรมีการติดตั้ง ด้านข้างและมีทิศทางการไหลของอากาศ ไม่ผ่านอากาศ
ที่หายใจ (Breathing Zone) เป็นต้น
2.ลักษณะงาน/ตำแหน่งที่พนักงานยืนทำงาน
ฮูดที่ติดตั้งควรปิดคลุมแหล่งกำเนิดมลพิษ และไม่กีดขวางต่อการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน
3.ความถี่/ระยะเวลาการทำงาน
มีผลในการคำนวณปริมาณของมลพิษ และการใช้พลังงานในการทำงานของระบบ
4.ทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศ
การเคลื่อนที่ของอนุภาคขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความเร็วอากาศที่หมุนเวียนรอบบริเวณ ซึ่ง
จะมีผล ในการกำหนดความเร็วลมและลักษณะของฮูด
5.ความเร็วลมในการจับอนุภาค (Capture velocity) และความเร็วหน้าฮูด (Face velocity)
จากเนื้อหาบทความที่กล่าวถึงไปหวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านได้ระดับนึ่ง หากท่านผู้อ่านสนใจและ ต้องการซื้อสินค้าหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับอุปกรณ์ในระบบระบายอากาศ สามารถติดต่อสอบถามได้