196086

การ ปรับบาลานซ์ลมในระบบท่อลมแบบเหลี่ยม (Rectangular Duct)

ต้องใช้เทคนิคและอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อให้ลมจ่ายในแต่ละจุดได้ปริมาณตามที่ออกแบบไว้

โดยเฉพาะท่อเหลี่ยมที่มีความซับซ้อนกว่าท่อกลมในบางจุด เช่น การไหลวน มุมอับ และแรงดันตกคร่อม

สูงขึ้นหากออกแบบผิดพลาด

✅ วิธีการปรับบาลานซ์ลมในระบบท่อเหลี่ยม

1. ใช้ Damper ในแต่ละแขนของท่อ
 • ติดตั้ง Volume Damper หรือ Balancing Damper (เช่น splitter damper หรือ opposed-blade damper)
 • ปรับให้ลมที่ไหลไปแต่ละจุดสมดุลกัน (ไม่มากหรือน้อยเกินไป)

2. ใช้ Flow Hood หรือ Anemometer วัดที่หัวจ่าย
 • วัดค่า CFM (Cubic Feet per Minute) ที่หัวจ่าย (Diffuser หรือ Grille)
 • เปรียบเทียบกับค่าออกแบบ แล้วปรับ Damper เพื่อให้ค่าใกล้เคียงที่สุด

3. กรณีไม่มี Damper ให้ใช้วิธี “ปรับแรงต้านทาง”
 • เช่น ลดขนาดปลายท่อ หรือใส่ Orifice Plate / แผ่นเจาะรู เพื่อสร้างแรงต้านทางให้ลมไหลน้อยลงที่จุดลมแรง
 • หรือเพิ่มความยาวท่อ / ข้อโค้ง เพื่อเพิ่มแรงดันตกคร่อม

4. ปรับด้วยการ “รีดีไซน์” หาก Flow ผิดพลาดมาก
 • เช่น การแบ่งลมไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้น หรือหัวจ่ายอยู่ใกล้ AHU เกินไป
 • อาจต้องเปลี่ยนจุดจ่าย หรือปรับเส้นทางท่อใหม่

📐 ตัวอย่างรูปแบบท่อเหลี่ยมที่มักใช้ในงาน

รูปแบบ คุณสมบัติ
ท่อตรงแนวยาว (Main Duct) กระจายลมหลัก, ต้องมี damper แยกเป็นแขน
ท่อ Branch แยกออก ต้องคุมปริมาณลมแต่ละแขน
ท่อแนวดิ่ง (Riser) สำหรับอาคารสูง, ต้องบาลานซ์ชั้นล่าง-บน
ท่อ Return Air บางระบบต้องบาลานซ์ฝั่งดูดด้วย

🔧 อุปกรณ์ที่ใช้ในการบาลานซ์
 • Flow Hood – วัดปริมาณลมที่หัวจ่าย
 • Anemometer – วัดความเร็วลมในท่อ
 • Pitot Tube + Manometer – วัดแรงดันและความเร็วภายในท่อ
 • Balancing Damper – อุปกรณ์ปรับปริมาณลม
 • Duct Traverse Tool – สำหรับวัดพื้นที่หน้าตัดท่อแบบเหลี่ยม